<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์</title>
	<atom:link href="http://rli.in.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://rli.in.th</link>
	<description>&#34;รับใช้ประชาคือ ปลายทางเราผู้เล่าเรียน&#34;</description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 May 2012 15:41:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1</generator>
		<item>
		<title>รองเลขาศาลหนักใจกรณีอากง โบ้ยหลักฐานขอประกันไม่ชัด-หมอชี้มะเร็งระยะลุกลาม</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/17/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/17/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 15:20:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=2016</guid>
		<description><![CDATA[16 พ.ค. เวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมพิจารณาศึกษากรณีการเสียชีวิตของนายอำพล หรือ อากง ในระหว่างถูกคุมขังในราชทัณฑ์ เพื่อไม่ให้ปรากฏเหตุในลักษณะเช่นเดียวกันอีก โดยเชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ สำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งทนายความและญาติของผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีประชาชนที่สนใจและสื่อมวลชนเข้าร่วมฟังคับคั่ง การประชุมเริ่มโดยผู้แทนกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ รายงานถึงผลกระทบจากกรณีการเสียชีวิตของนายอำพลว่า สื่อต่างประเทศได้รายงานและวิพากษ์วิจารณ์การเสียชีวิตของนายอำพลมากพอสมควร โดยเชื่อมโยงกับประเด็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสรีภาพการแสดงออก และการเมืองภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทางกระทรวงต้องให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่นายอำพลยังไม่เสียชีวิตได้แสดงความกังวลเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 และย้ำเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของไทย รองโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้มาสอบถามรายละเอียดเหตุผลการเสียชีวิตของนายอำพล ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ และเสนอข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง คือ สิทธิในการได้รับการประกันตัว สิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ต้องหา และให้ดำเนินการชันสูตรศพนายอำพลเพื่อหาสาเหตุการตาย นายสราวุธ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 477px"><img src="http://prachatai.com/sites/default/files/u7/DSC_0039.jpg" alt="" width="467" height="350" /><p class="wp-caption-text">ประชุมพิจารณาศึกษากรณีการเสียชีวิตของนายอำพล หรือ อากง</p></div>
<p>16 พ.ค. เวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมพิจารณาศึกษากรณีการเสียชีวิตของนายอำพล หรือ อากง ในระหว่างถูกคุมขังในราชทัณฑ์ เพื่อไม่ให้ปรากฏเหตุในลักษณะเช่นเดียวกันอีก โดยเชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ สำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งทนายความและญาติของผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีประชาชนที่สนใจและสื่อมวลชนเข้าร่วมฟังคับคั่ง</p>
<p>การประชุมเริ่มโดยผู้แทนกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ รายงานถึงผลกระทบจากกรณีการเสียชีวิตของนายอำพลว่า สื่อต่างประเทศได้รายงานและวิพากษ์วิจารณ์การเสียชีวิตของนายอำพลมากพอสมควร โดยเชื่อมโยงกับประเด็นกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เสรีภาพการแสดงออก และการเมืองภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทางกระทรวงต้องให้ข้อมูลแก่ประชาคมโลก สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่นายอำพลยังไม่เสียชีวิตได้แสดงความกังวลเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 และย้ำเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของไทย รองโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้มาสอบถามรายละเอียดเหตุผลการเสียชีวิตของนายอำพล ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ และเสนอข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง คือ สิทธิในการได้รับการประกันตัว สิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ต้องหา และให้ดำเนินการชันสูตรศพนายอำพลเพื่อหาสาเหตุการตาย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการศาลยุติธรรม</strong></span> กล่าวว่าศาลเองก็ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิด ศาลได้เคยอนุญาตให้ปล่อยตัวนายอำพลชั่วคราวเมื่อ 4 ต.ค. 2553 ด้วยหลักประกัน 5 แสนบาท แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการประกันตัวอีก ในคดีมาตรา 112 ศาลก็เคยอนุญาตให้บางคนประกันตัว เช่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล  จากการเก็บสถิติในกระบวนยุติธรรม ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยที่เป็นคนไทยร้อยละ 93 ไม่อนุญาตร้อยละ 7 เท่านั้น  รัฐธรรมนูญบอกว่าการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่ก็ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 ที่จะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี ศาลจะใช้ดุลยพินิจเป็นรายกรณี</p>
<p>การที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวแม้ว่านายอำพลจะมีอาการป่วย นายสราวุธชี้แจงว่าปกติศาลจะปล่อยตัวถ้ามีหลักฐานแสดงชัดเจนเพียงพอ แต่ตอนที่นายอำพลยื่นคำร้องขอประกันตัว เอกสารที่ยื่นมีใบรับรองแพทย์ ศาลเห็นว่าอาการเจ็บป่วยยังไม่ได้ปรากฏมาก น่าเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี และอาการป่วยยังสามารถรักษาระหว่างจองจำได้ ถึงมีการยืนขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง แต่ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงยังคงเหมือนเดิม ศาลก็ยังยืนยันตามเดิม ใช้เหตุผลซ้ำๆ กับที่เขียนไว้ของเดิม และต้องชี้แจงว่ารูปแบบคำสั่งกับคำพิพากษาแตกต่างกัน คำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวหรือไม่ต้องทำอย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน ที่มีผู้ถามว่าทำไมศาลไม่รู้สึกว่าอาการเจ็บป่วยนั้นร้ายแรงทั้งที่ใบรับรองแพทย์ระบุว่าเป็นมะเร็ง จริงๆ มะเร็งมีหลายระยะ ระยะแรกๆ อาจรักษาหาย ควรมีการระบุความรุนแรงของอาการ นายสราวุธยืนยันว่าศาลมีความเป็นกลาง พิจารณาตามหลักฐานและเกณฑ์ที่กำหนด แต่การใช้ดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละคนมีความแตกต่างกันภายใต้กรอบกฎหมาย ตนมีความหนักใจในการแถลงครั้งนี้เช่นกัน เพราะตนไม่ใช่ศาล</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นายอานนท์ นำภา ทนายความนายอำพล </strong></span>ตั้งข้อสังเกตว่าในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คำสั่งศาลไม่ได้ออกมาในวันเดียวกันอย่างที่นายสราวุธกล่าว ตนเคยยื่นขอปล่อยตัวจำเลย แต่เดือนครึ่งแล้วศาลก็ยังไม่สั่งจนต้องถอนอุทธรณ์ ตนไม่แน่ใจว่าจะต้องรอให้อากงปากพูดไม่ได้ เลือดออกหูจึงจะให้ประกันหรือเปล่า และปัญหาสำคัญในกระบวนการยุติธรรมคือ เห็นได้ว่าการไม่อนุญาตให้ประกันตัวมันบังคับให้จำเลยไม่สู้คดี เช่น กรณีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><img class="alignleft" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/399034_389202584454477_100000942179021_1079665_660327662_n.jpg" alt="" width="512" height="768" /></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong style="line-height: 19px;">นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ </strong>ทนายความนายอำพล</span>อีกผู้หนึ่ง เสนอว่า ในการไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ศาลควรเขียนระบุให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงที่อาศัยเป็นฐานของดุลยพินิจ “เกรงว่าจะจำเลยหลบหนี” นั้นคืออะไร และเสนอให้ราชทัณฑ์เพิ่มงบประมาณการตรวจรักษาโรคที่ต้องเฝ้าระวังเช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เพราะแม้ผู้ป่วยจะอาการไม่รุนแรงระยะแรกแต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพื่อเฝ้าระวังว่าโรคลุกลามไปแค่ไหนแล้ว ตนมีแต่ใบรับรองแพทย์ก่อนที่อากงจะเข้าคุกมาให้ศาลพิจารณา แต่หลังจากนั้นก็ยากลำบากในการติดตามอาการของอากง</p>
<p>ขณะที่นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ในฐานะผู้มีส่วนร่วมชันสูตรพลิกศพอากง ระบุว่า อากงเป็นมะเร็งตับในระยะลุกลาม ไม่ใช่ระยะสุดท้าย ซึ่งพบชิ้นเนื้อมะเร็งประมาณ 7 เซนติเมตร แต่เชื้อดังกล่าวนั้น ไม่ได้ลามไปถึงหัวใจ และทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่า ขั้นตอนในการส่งตัวไปรักษานั้น มีความบกพร่องมากน้อยหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ก็ควรแก้ไขปรับปรุงในเรื่องดังกล่าว</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นายสรสิทธิ์ จงเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ </strong></span>ชี้แจงการดูแลทางการแพทย์ในเรือนจำว่าผู้ต้องขังที่เข้ามาใหม่ทุกคนต้องพบแพทย์และสอบถามประวัติความเจ็บป่วย ถ้าผู้ต้องขังไม่สบายสามารถพบแพทย์ในเรือนจำได้ทุกวัน จะมีเวรพยาบาลดูแลอยู่ หากสถานพยาบาลในเรือนจำรักษาไม่ไหวจึงจะส่งไปที่โรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์  หากผู้ป่วยมีจำนวนมากจนแพทย์และเครือมือไม่เพียงพอก็จะมีการส่งผู้ป่วยออกไปข้างนอกประจำ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นายแพทย์บุญมี วิบูลย์จักร แพทย์ในโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์</strong></span> ยอมรับว่าโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์ไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพเท่าโรงพยาบาลข้างนอกที่มีเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มอัตรา เนื่องจากทัณฑสถานไม่ใช่ที่สำหรับคนทั่วไป เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์จะทำงานตอนกลางวัน แต่กลางคืนจะใช้ระบบเวรพยาบาลแทน ส่วนกรณีที่คนไข้เจ็บป่วยรุนแรง เวรพยาบาลจะแจ้งแพทย์ทราบและให้แพทย์สั่งรักษาทางโทรศัพท์ การรักษาคนไข้ที่ถูกคุมขังมีข้อจำกัดเพราะระบบการกักตัวนักโทษในบางเวลา วันเสาร์ อาทิตย์ ก็ใช้แต่ระบบเวรพยาบาล ไม่มีแพทย์เว้นแต่เหตุฉุกเฉิน</p>
<p>ส่วนการดูแลรักษานายอำพลก่อนเสียชีวิตนั้น  นายแพทย์บุญมีเล่าว่าตอนแรกอากงได้แจ้งความเจ็บป่วยเรื่องมะเร็งช่องปาก แพทย์ด้านหูคอจมูกได้ตรวจอาการ แต่ไม่พบอาการกำเริบ เมื่อกลางปีที่แล้ว คนไข้บอกว่ามีรู้สึกอาการจะกลับมาเป็นใหม่ แพทย์ตรวจแล้วก็ยังไม่พบอาการผิดปกติ แต่ก็ได้ส่งไปตรวจ MRI ที่คอในโรงพยาบาลรัชวิภา ก็ยังไม่พบอาการมะเร็งที่ช่องปาก กระทั่งเดือนมกราคมปีนี้ อากงมาหาแพทย์อีกครั้งโดยบอกว่าเจ็บที่คอ แพทย์พบว่าต่อมน้ำเหลืองที่คอโต เบื้องต้นให้ยาปฏิชีวนะ อาการก็ดีขึ้น ต่อมน้ำเหลืองก็ยุบลงไปและกลับไปเรือนจำตามเดิม คนไข้จะหายไปจากการรักษาเป็นช่วงๆ ระหว่างนั้นก็ใช้ชีวิตเหมือนผู้ต้องขังปกติ ไม่ได้มีอาการเหนื่อยหรือเจ็บป่วยร้ายแรง</p>
<p>นายแพทย์บุญมีกล่าวว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถผ่ามะเร็งเบื้องต้นได้ทันที แต่กรณีของอากงนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร โรคที่ช่องปากก็ผ่านการรักษาอย่างถูกต้องแล้ว ส่วนอาการปวดท้องนั้นยังอยู่ในช่วงการตรวจหาโรค ตอนนั้นอากงเริ่มปวดท้อง  ท้องบวมโต เราก็รับไว้ในโรงพยาบาลโดยได้ให้ยาเพื่อรอตรวจในวันถัดไปเหมือนโรงพยาบาลอื่นๆ แต่เพราะคนไข้มาในวันศุกร์ ช่วงนั้นเป็นวันหยุดราชการ เสาร์ อาทิตย์ กระบวนการส่งต่อจึงชะงักไปก่อน อาการอากงตอนนั้นยังดูไม่อยู่ในขั้นรุนแรง ความดันปกติ ทานอาหารได้ เหมือนอาการทั่วไปของโรคในช่องท้อง เดินเหินช่วยเหลือตัวเองได้ แพทย์วางแผนจะตรวจข้างนอก แต่ต้องส่งในเวลาทำการ</p>
<p>หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น โรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม ทนายความของกลุ่มคนเสื้อแดงในเหตุสลายการชุมนุมปี 53 ซึ่งมาร่วมฟังการประชุม ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนรู้ถึงอาการป่วยของอากงจากการที่ไปเยี่ยมคราวที่แล้ว ในฐานะนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน มองว่าการที่ศาลปฏิเสธการประกันตัวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน ตนได้เรียนกับรัฐบาลว่าปัจจุบันประเทศไทยมีนักโทษทางความคิดหรือนักโทษการเมืองจำนวนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับปรุงสภาพเรือนจำ รัฐบาลนี้ได้รับการเลือกตั้งมาโดยประชาชน รัฐบาลต้องตอบสนองมาตรฐานสากลเรื่องสิทธิมนุษยชน ในช่วงรัฐบาลทหารที่นำโดยนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ต้องยุติลงเพราะเรามีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เราต้องรับประกันว่าการตายของอากงจะไม่สูญเปล่า เราต้องประกันสิทธินักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิดทุกคนด้วย</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 586px"><img src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/576284_3257232305978_1122230167_42159588_1880466755_n.jpg" alt="" width="576" height="432" /><p class="wp-caption-text">เครดิตภาพจากBulunraya Khan</p></div>
<p>ที่มา : http://prachatai.com/journal/2012/05/40558</p>
<p style="text-align: left;">ทั้งนี้ในวันเดียวกัน Nithiwat Wannasiri ชื่อที่ใช้ในเฟสบุ๊คได้เข้าร่วมในงานรายงานว่าส.ส.ประสพ บุษราคัมพรรคเพื่อไทยจ.อุดรธานี<br />
ได้กล่าวเอาไว้ต่อตัวแทนฝ่ายตุลาการ ในการประชุมคณะกรรมาธิการต่างประเทศ ว่าด้วย การเป็นภาคีสมาชิก&#8221;อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี&#8221; ณ รัฐสภา<br />
16 พ.ค.55<br />
<img class="aligncenter" title="&quot;กฎหมายแม่&quot; ต้องใหญ่กว่า &quot;กฎหมายลูก&quot;" src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/s720x720/154570_299019923517051_100002271364703_651274_406364462_n.jpg" alt="" width="504" height="391" /></p>
<p style="text-align: left;">ที่มา : <a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.101154469970265.2055.100002271364703&amp;type=3">https://www.facebook.com/media/set/?set=a.101154469970265.2055.100002271364703&amp;type=3</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/17/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาฟังเหตุผลที่ศาลไม่ให้ประกัน &#8220;อากง&#8221; กันครับ</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 18:08:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีอากง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=2009</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีกับพยานหลักฐานที่ศาล ชั้นต้นได้พิจารณาแล้วนับว่าร้ายแรง ประกอบกับข้อที่จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยังไม่มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หากให้ปล่อยตัวชั่วคราวไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี และที่จำเลยอ้างเหตุความเจ็บป่วยไม่ปรากฏว่าถึงขนาดจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ได้ ทั้งทางราชการก็มีโรงพยาบาลที่จะรองรับให้การรักษาจำเลยได้อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องและแจ้งเหตุการไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้จำเลยและผู้ขอประกัน ทราบโดยเร็ว&#8221; ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/6923461543_d318a05944_z2.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-2013" title="6923461543_d318a05944_z" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/6923461543_d318a05944_z2-190x300.jpg" alt="" width="152" height="240" /></a>&#8220;พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีกับพยานหลักฐานที่ศาล ชั้นต้นได้พิจารณาแล้วนับว่าร้ายแรง ประกอบกับข้อที่จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยังไม่มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หากให้ปล่อยตัวชั่วคราวไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี <span style="text-decoration: underline;"><strong>และที่จำเลยอ้างเหตุความเจ็บป่วยไม่ปรากฏว่าถึงขนาดจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ได้ ทั้งทางราชการก็มีโรงพยาบาลที่จะรองรับให้การรักษาจำเลยได้อยู่แล้ว</strong></span> จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องและแจ้งเหตุการไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้จำเลยและผู้ขอประกัน ทราบโดยเร็ว&#8221;</p>
<p>๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตอบ : ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลการประกันตัวอากง &#8220;เรายื่นแล้วแต่ท่านไม่ให้&#8221;</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 17:36:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีอากง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=2005</guid>
		<description><![CDATA[กรณีมีข่าวระบุว่า นายอำพล หรือ “อากง เอสเอ็มเอส” จำเลยคดีอาญามาตรา 112 ไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว เพราะจำเลยถอนการอุทธรณ์เพื่อใช้สิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ ทำให้คดีถึงที่สุดไม่สามารถให้ประกันตัวได้นั้น นายอานนท์ นำภา ทนายความผู้ติดตามคดี นายอำพล หรือ “อากง เอสเอ็มเอส”  ซึ่งเสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ กล่าวว่า การถอนอุทธรณ์นั้นเกิดขึ้นจริง แต่ขอชี้แจงว่า เกิดขึ้นภายหลังจากได้ขอยื่นประกันตัวจำเลยไปแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง ไม่ใช่การถอนอุทธรณ์โดยที่ไม่เคยยื่นขอประกันตัวแม้แต่ครั้งเดียว  โดยที่ผ่านมาเป็นการยื่นประกันตัว 6 ครั้งในขั้นศาลชั้นต้น และ 2 ครั้งสุดท้าย เป็นการยื่นต่อศาลอุทธรณ์ และยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยยื่นไปยังศาลฎีกา แต่เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งเหมือนศาลอุทธรณ์ คือไม่อนุญาตให้ประกันตัว เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ทีมทนายความ จึงได้ปรึกษาหารือกันว่า กว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษา คงใช้เวลานาน  จึงตัดสินใจถอนอุทธรณ์หลัง วันที่ 13 มีนาคม เพื่อให้คดีถึงที่สุด และเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษ สำหรับเหตุผล ที่ไม่ได้รับการประกันตัว ในการยื่นทั้งหมด 8 ครั้ง นายอานนท์ เผยว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;"><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/images-2.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2006" title="images (2)" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/images-2-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>กรณีมีข่าวระบุว่า นายอำพล หรือ “อากง เอสเอ็มเอส” จำเลยคดีอาญามาตรา 112 ไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว เพราะจำเลยถอนการอุทธรณ์เพื่อใช้สิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ ทำให้คดีถึงที่สุดไม่สามารถให้ประกันตัวได้นั้น </span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;">นายอานนท์ นำภา ทนายความผู้ติดตามคดี นายอำพล หรือ “อากง เอสเอ็มเอส”  ซึ่งเสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ กล่าวว่า การถอนอุทธรณ์นั้นเกิดขึ้นจริง แต่ขอชี้แจงว่า เกิดขึ้นภายหลังจากได้ขอยื่นประกันตัวจำเลยไปแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง ไม่ใช่การถอนอุทธรณ์โดยที่ไม่เคยยื่นขอประกันตัวแม้แต่ครั้งเดียว  โดยที่ผ่านมาเป็นการยื่นประกันตัว 6 ครั้งในขั้นศาลชั้นต้น และ 2 ครั้งสุดท้าย เป็นการยื่นต่อศาลอุทธรณ์ และยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยยื่นไปยังศาลฎีกา แต่เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งเหมือนศาลอุทธรณ์ คือไม่อนุญาตให้ประกันตัว เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ทีมทนายความ จึงได้ปรึกษาหารือกันว่า กว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษา คงใช้เวลานาน  จึงตัดสินใจถอนอุทธรณ์หลัง วันที่ 13 มีนาคม เพื่อให้คดีถึงที่สุด และเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;">สำหรับเหตุผล ที่ไม่ได้รับการประกันตัว ในการยื่นทั้งหมด 8 ครั้ง นายอานนท์ เผยว่า ได้รับเหตุผลว่า คดีมีอัตราโทษสูง 20 ปี เป็นเหตุร้ายแรง  และการที่จำเลยอ้างอาการป่วยนั้น  อาการป่วยก็ไม่ถึงแก่ชีวิต อีกทั้งเรือนจำ มีโรงพยาบาลจะรักษา<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;">“ทุกครั้งที่ยื่นขอประกันตัว ก็วางหลักทรัพย์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะ การยื่นขอประกันตัว 2 ครั้ง หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ได้ยื่นขอประกันต่อศาลอุทธรณ์ โดยวางหลักทรัพย์ 1.4 ล้านบาท โดยมี มีนักวิชาการซึ่งเป็นอาจารย์ 7 คน ใช้ตำแหน่งค้ำประกัน และยื่นครั้งสุดท้ายต่อศาลฎีกา  โดยนักวิชาการกลุ่มเดิม 7 คน พร้อมเงิน 1 ล้านบาท แต่ศาลไม่อนุญาต ให้ประกันตัว กระทั่งเห็นว่า หากรอศาลอุทธรณ์พิพากษา คงจะใช้เวลานาน จึงตัดสินใจถอนอุทธรณ์ เพื่อให้คดีถึงที่สุดและเตรียมดำเนินขั้นตอนขอพระราชทานอภัยโทษ  เพราะไม่มีหวังที่จะได้รับอนุญาตให้ประกันตัว หลังจากยื่นไปแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง” นายอานนท์กล่าว<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;">นายอานนท์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ผลการชันสูตรออกมาประกอบกับบันทึกการตรวจร่างกาย “อากง” พบว่า ไม่มีร่องรอยการพยามยามให้ความช่วยเหลือ เช่น การให้น้ำเกลือ หรือ ปั๊มหัวใจ พบแต่เพียงการเจาะเลือด ไม่มีร่องรอยการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นเลย<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;">นายอานนท์ เปิดเผยว่า ตนได้ไปเยี่ยม “อากง” ครั้งสุดท้าย วันพุธ ที่ 2 พ.ค. โดย “อากง” บอกว่า ปวดท้องหลายวัน มีคิวจะเข้าโรงพยาบาลวันศุกร์ ที่ 4 พ.ค. แต่ตนมาทราบภายหลังว่า เขาปวดท้องมากกระทั่งต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันพฤหัส แล้วจากนั้น ก็เข้าไปอีกครั้งในวันศุกร์<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;">“ผมพบอากงครั้งสุดท้าย แกเดินแทบไม่ไหว แต่มีผู้ถูกคุมขังในคดีอาญามาตรา 112 อีก  ช่วยพยุงแกออกมา แล้วของที่เอาไปฝาก แกก็ถือไม่ไหว ต้องให้คนอื่นช่วยถือ เพราะมีอาการปวดท้อง แต่ตอนนั้น แกกลับบอกว่า แกคิดว่าจะได้ออกมาเร็วๆ นี้ แกยืนยันว่าไม่ได้ทำความผิด แกบอกว่า ถ้าแกออกมา แกจะไปขอบคุณอาจารย์ที่มาช่วยประกันตัว และจะออกไปหาหลานๆ เพราะหลานใกล้เปิดเทอมแล้ว อยากไปส่งหลานไปโรงเรียน แกจึงเห็นว่าต้องขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้ได้ออกจากเรือนจำ ผมเห็นแกมีท่าทางดีใจที่ใกล้จะได้ออกมาแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าอากงจะออกมา แบบที่ไม่มีลมหายใจ ผมช็อก” นายอานนท์กล่าว </span></p>
<p>ที่มา <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1336571392&amp;grpid=03&amp;catid&amp;subcatid">http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1336571392&amp;grpid=03&amp;catid&amp;subcatid</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลำดับการประกันตัว ‘อากง’ ตั้งแต่ต้นจนจบ</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e2%80%98%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e2%80%98%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 17:30:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=2001</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ (9 พ.ค.55) เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานกรณีอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ชี้แจงเกี่ยวกับ “อากง” หรือนายอำพล ผู้ต้องขังส่งเอสเอ็มเอสหมิ่นเบื้องสูง หลังมีความเคลื่อนไหวชูป้ายทวงถามว่า “ใครฆ่าอากง” ระบุ คดีถึงที่สุดแล้ว เหตุจำเลยถอนอุทธรณ์เพื่อขอถวายฎีกา จึงไม่อาจยื่นประกันได้ แนะอัยการยื่นไต่สวนชันสูตรศพ โดยทีมข่าวอาชญากรรม ไทยรัฐออนไลน์รายงานคำชี้แจงของนายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่า คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาไปแล้ว จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ จำเลยได้ยื่นประกันตัวชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลอาญาส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง แต่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยได้ขอถอนอุทธรณ์ประมาณเดือนมีนาคม 2555 โดยตนทราบจากข่าวว่า จำเลยโดยทนายความประสงค์จะใช้สิทธิ์ยื่นถวายฎีกาเพราะจะถวายได้ต่อเมื่อคดีต้องถึงที่สุด ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุด ก็ไม่อาจยื่นประกันตัวอีกได้ ถึงยื่นประกันก็คงไม่ได้ประกันเนื่องจากคดีไม่ได้ค้างพิจารณาอยู่ในศาลยุติธรรม อธิบดีศาลอาญา กล่าวว่า ดังนั้น ตัวนายอำพลจึงอยู่ในการควบคุมของราชทัณฑ์ ซึ่งมีการรักษาพยาบาลของเขาอยู่แล้ว หากจะนำตัวมารักษาข้างนอกก็อาจทำได้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ควบคุม ต่อมาเมื่อนายอำพลเสียชีวิตไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็ถือว่าตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150-156 กำหนดให้อัยการยื่นคำร้องไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการตาย ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาคดีนี้ในศาลอาญาอีกครั้ง. &#160; คำชี้แจงจากทนายจำเลย ด้านพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายจำเลยได้ชี้แจงเรื่องนี้ในเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า “ทนายความจำเลยขอชี้แจงเพิ่มเติมว่าในการขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ซึ่งเป็นสองครั้งสุดท้ายก่อนมีการขอถอนอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2555 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/tebdee1.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-2002" title="tebdee(1)" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/tebdee1-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>วันนี้ (9 พ.ค.55) เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานกรณีอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ชี้แจงเกี่ยวกับ “อากง” หรือนายอำพล ผู้ต้องขังส่งเอสเอ็มเอสหมิ่นเบื้องสูง หลังมีความเคลื่อนไหวชูป้ายทวงถามว่า “ใครฆ่าอากง” ระบุ คดีถึงที่สุดแล้ว เหตุจำเลยถอนอุทธรณ์เพื่อขอถวายฎีกา จึงไม่อาจยื่นประกันได้ แนะอัยการยื่นไต่สวนชันสูตรศพ</p>
<p>โดยทีมข่าวอาชญากรรม ไทยรัฐออนไลน์รายงานคำชี้แจงของนายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่า คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาไปแล้ว จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ จำเลยได้ยื่นประกันตัวชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลอาญาส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง แต่ระหว่างการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยได้ขอถอนอุทธรณ์ประมาณเดือนมีนาคม 2555 โดยตนทราบจากข่าวว่า จำเลยโดยทนายความประสงค์จะใช้สิทธิ์ยื่นถวายฎีกาเพราะจะถวายได้ต่อเมื่อคดีต้องถึงที่สุด ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุด ก็ไม่อาจยื่นประกันตัวอีกได้ ถึงยื่นประกันก็คงไม่ได้ประกันเนื่องจากคดีไม่ได้ค้างพิจารณาอยู่ในศาลยุติธรรม</p>
<p>อธิบดีศาลอาญา กล่าวว่า ดังนั้น ตัวนายอำพลจึงอยู่ในการควบคุมของราชทัณฑ์ ซึ่งมีการรักษาพยาบาลของเขาอยู่แล้ว หากจะนำตัวมารักษาข้างนอกก็อาจทำได้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ควบคุม ต่อมาเมื่อนายอำพลเสียชีวิตไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็ถือว่าตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150-156 กำหนดให้อัยการยื่นคำร้องไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการตาย ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาคดีนี้ในศาลอาญาอีกครั้ง.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำชี้แจงจากทนายจำเลย</strong></p>
<p>ด้านพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายจำเลยได้ชี้แจงเรื่องนี้ในเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า “ทนายความจำเลยขอชี้แจงเพิ่มเติมว่าในการขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ซึ่งเป็นสองครั้งสุดท้ายก่อนมีการขอถอนอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2555 นั้น</p>
<p>1.ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวไปยังศาลอาญา ศาลอาญาให้ส่งเรื่องไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพร้อมกับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 &#8220;พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีกับพยานหลักฐานที่ศาล ชั้นต้นได้พิจารณาแล้วนับว่าร้ายแรง ประกอบกับข้อที่จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยังไม่มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หากให้ปล่อยตัวชั่วคราวไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี และที่จำเลยอ้างเหตุความเจ็บป่วยไม่ปรากฏว่าถึงขนาดจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ได้ ทั้งทางราชการก็มีโรงพยาบาลที่จะรองรับให้การรักษาจำเลยได้อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องและแจ้งเหตุการไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้จำเลยและผู้ขอประกัน ทราบโดยเร็วรายละเอียดปรากฏตาม &#8220;<a href="http://www.prachatai3.info/journal/2012/02/39377" target="_blank">http://www.prachatai3.info/journal/2012/02/39377</a></p>
<p>2.ต่อจากนั้นทนายความได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวไปยังศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 &#8220;พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี และเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นแล้ว เห็นว่า เป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยถึง 20 ปี หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ส่วนที่จำเลยอ้างความป่วยเจ็บนั้นเห็นว่า จำเลยมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลโดยหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชอบแล้ว ยกคำร้อง&#8221; รายละเอียดปรากฏตาม <a href="http://www.flickr.com/photos/78114750@N07/7158608810/" target="_blank">http://www.flickr.com/photos/78114750@N07/7158608810/</a></p>
<p>นับแต่วันฟ้องคดี 18 มกราคม 2555 จนถึงวันที่ขอถอนอุทธรณ์วันที่ 3 เมษายน 2555 รวมศาลชั้นต้นยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำนวน 4 ครั้ง ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องจำนวน 3 ครั้ง และศาลฎีกายกคำร้องจำนวน 1 ครั้ง</p>
<p>จำเลยยื่นอุทธรณ์ด้วยความหวังว่าจะได้รับการปล่อยตัวระหว่างพิจารณาคดี แต่เมื่อไม่ได้รับสิทธิดังกล่าวทำให้จำเลยต้องต่อสู้คดีในเรือนจำเป็นระยะเวลานานประกอบกับมีปัญหาสุขภาพ จำเลยจึงใช้สิทธิถอนอุทธรณ์และเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้ได้รับอิสรภาพโดยเร็วที่สุด</p>
<p>ประเด็นที่อธิบดีศาลพยายามชี้แจงคือ ณ ห้วงเวลาที่อากงเจ็บป่วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำเลยไม่มีสิทธิยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลแล้ว เป็นหน้าที่ราชทัณฑ์ แต่คำถามคือ แล้วการยื่นคำร้องขอปล่อยตัว ทั้งแปดครั้งที่ผ่านมาศาลไม่มีโอกาสในการสั่งอนุญาตหรือ พฤติการณ์ใดของจำเลยที่แสดงว่าจำเลยจะหลบหนีหรือ ในเมื่อวันที่สั่งฟ้องจำเลยเดินไปศาล ยุติ ธรรมด้วยตนเอง</p>
<p>หรือแม้กระทั่งไม่มีเหตุความเจ็บป่วย หลักการคือต้องให้จำเลยประกันเป็นหลัก การไม่อนุญาตให้ประกันเป็นข้อยกเว้นมิใช่หรือ หรือเราเรียนกฎหมายมาคนละตำรากับศาล นักกฎหมายท่านไหนมีความเห็นต่างเชิญแลกเปลี่ยนได้ค่ะ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คำชี้แจงจากนักวิชาการที่ใช้ตำแหน่งประกันตัวให้อากง</strong></p>
<p>นอกจากนี้พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในนักวิชาการที่ยื่นประกันตัวอากงโพสต์ในเฟซบุ๊คว่า &#8220;&#8230;&#8230;. ขอชี้แจงข้อมูลอย่างละเอียดอีกที วันที่ 20 ก.พ.นักวิชาการ 7 คนยื่นขอประกันอากงต่อศาลอุทธรณ์ (เป็นครั้งที่ 7) วันที่ 23 ก.พ.ศาลไม่ให้ประกัน, วันที่ 8 มี.ค.ยื่นอีกครั้งต่อศาลฎีกาโดยใช้ชื่อนักวิชาการกลุ่มเดิม ครั้งที่ 8 , 13 มี.ค.ศาลฎีกามีคำสั่่งปฏิเสธอีกเช่นเคย เรื่องขออภัยโทษเกิดขึ้นหลังจากการประกันสิ้นสุดแล้ว ไม่เกี่ยวกันเลย วันที่ไปยื่นขอประกันในชั้นศาลอุทธรณ์ ทั้งญาติและทนายก็ยังไม่ตัดสินใจว่าจะขออภัยโทษ เขาทำใจไม่ได้ที่จะต้องรับผิดกับสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ นอกจากนี้ ถ้าอ่านข่าวที่มากับข่าวการเสียชีวิตของอากง ทนายอานนท์ก็บอกแล้วว่า ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขออภัยโทษเลย..&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยื่นคำร้องของประกันตัวของนายอำพลคือ เขาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้งระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น และระหว่างอุทธรณ์รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง และได้อุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันตัว 3 ครั้ง และในการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ วันที่ 23 ก.พ. ในการขอประกันตัวชั้นอุทธรณ์ครั้งแรกโดยในครั้งนี้ใช้ตำแหน่งของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวม 7 คน ศาลอุทธรณ์ระบุเหตุผลในการยกคำร้องว่า</p>
<p>&#8220;พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีกับพยานหลักฐานที่ศาล ชั้นต้นได้พิจารณาแล้วนับว่าร้ายแรง ประกอบกับข้อที่จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยังไม่มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด หากให้ปล่อยตัวชั่วคราวไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี และที่จำเลยอ้างเหตุความเจ็บป่วยไม่ปรากฏว่าถึงขนาดจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ได้ ทั้งทางราชการก็มีโรงพยาบาลที่จะรองรับให้การรักษาจำเลยได้อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องและแจ้งเหตุการณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้จำเลยและผู้ขอประกัน ทราบโดยเร็ว&#8221;</p>
<p><a href="http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39377">http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39377</a></p>
<p>จากนั้นทนายได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลฎีกาในวันที่ 8 มี.ค.โดยนักวิชาการกลุ่มเดิมเป็นผู้ยื่นประกัน ซึ่งต่อมาศาลฎีกาได้คำวินิจฉัยในวันที่ 15 มี.ค. ไม่ให้ประกันอากง โดยระบุเหตุผลว่า &#8220;พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี และเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นแล้ว เห็นว่า เป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยถึง 20 ปี หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ส่วนที่จำเลยอ้างความป่วยเจ็บนั้นเห็นว่า จำเลยมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลโดยหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชอบแล้ว ยกคำร้อง&#8221;</p>
<p><a href="http://prachatai.com/journal/2012/03/39683">http://prachatai.com/journal/2012/03/39683</a></p>
<p>ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 119 ทวิ นั้นระบุว่าแม้คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจะถูกยกไป และแม้เมื่ออุทธรณ์หรือฎีกาคำร้องแล้วศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา(แล้วแต่กรณี)จะไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว แต่ก็ไม่ตัดสิทธิที่จะร้องใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>&#8220;อากง&#8221; เคยได้ประกัน ชั้นสอบสวน</strong></p>
<p>อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงเรื่องการประกันตัวของอากงยังมีมากกว่านั้นอีก นั่นคือ อากงเคยได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน เป็นอิสระช่วงสั้นๆ ประมาณ 3 เดือนก่อนติดคุกยาวในชั้นพิจารณาคดี</p>
<p>หลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค.53  เขาถูกคุมตัวในเรือนจำนวน 63 วัน ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว</p>
<p>จากนั้นในวันที่ 29 ก.ย.53 ทนายความยื่นประกันตัวครั้งที่สอง โดยใช้ที่ดินของญาติเป็นหลักทรัพย์ และเมื่อวันที่ 4 ต.ค.53 ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่า หลักประกันน่าเชื่อถือได้ว่าจำเลยจะไม่หลบหนี</p>
<p>หลังจากนั้น ในวันที่ 18 ม.ค. 54  อัยการมีคำสั่งฟ้องนายอำพลเป็นจำเลยในคดีที่มีการส่งข้อความหมิ่นเบื้องสูง ไปยังนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญ มีความผิดตามมาตรา 14 (2), (3) ตามพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวตเตอร์ฯ และมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา ในวันนั้นจำเลยเดินทางมาศาลตามนัดหมาย และถูกควบคุมตัวอีกครั้งโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ให้เหตุผลว่า</p>
<p>“ข้อเท็จจริงตามข้อหาการกระทำความผิดตามฟ้องกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและ ความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง คดีอยู่ในชั้นพิจารณา หากผลการพิจารณาสืบพยานมีหลักฐานมั่นคงจำเลยอาจหลบหนี ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว”</p>
<p>เรื่องนี้ “ช็อค” เจ้าตัวและครอบครัวที่มารอฟังผลในวันนั้นอย่างมาก (อ่านเรื่องราวในวันดังกล่าวและสภาพครอบครัวได้ในรายงาน http://prachatai.com/journal/2011/01/32687)</p>
<p>แม้แต่เจ้าหน้าที่ของ ปอท. (กองบังคับการปรามปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำคดีอากงเองก็เคยเอ่ยปากในการพูดคุยกับนักวิจัยเกี่ยวกับกฎหมายนี้ว่า เป็นกรณีที่เขาเองก็งง เพราะเคยได้รับการประกันตัวมาแล้ว และเมื่อมีการนัดหมายในคดีก็มาโดยปกติ ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะหลบหนี</p>
<p>จากการพูดคุยกับผู้ต้องขังคดีเดียวกันที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำเดียวกับอากง เขาให้ข้อมูลในช่วงเวลานั้นว่า การเข้าคุกเป็นครั้งที่สองสร้างผลกระทบด้านจิตใจให้อากงอย่างมาก และเขานอนร้องไห้อยู่หลายคืนกว่าจะเริ่มปรับตัวได้อีกครั้ง ท่ามกลางการดูแลของเพื่อนนักโทษที่เห็นใจในชะตากรรม โดยเฉพาะเพื่อนคนสนิท ธันย์ฐวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังคดีหมิ่นฯ ในข้อหาเป็นเว็บมาสเตอร์เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 13 ปี และในภายหลังได้ขอถอนอุทธรณ์และเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษเช่นเดียวกับอากง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ่านรายละเอียดคดี “อากง” <a href="http://freedom.ilaw.or.th/th/case/21">http://freedom.ilaw.or.th/th/case/21</a></p>
<p>อ่านรายละเอียดคดี “ธันย์ฐวุฒิ” <a href="http://freedom.ilaw.or.th/th/case/19">http://freedom.ilaw.or.th/th/case/19</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>=========================</p>
<p>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ทวิ ในกรณีที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ร้องขอมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ ดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) คำสั่งของศาลชั้นต้น ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์</p>
<p>(2) คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา</p>
<p>ให้ศาลชั้นต้นที่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งรีบส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมด้วยสำนวนความ หรือสำเนาสำนวนความเท่าที่จำเป็นไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งโดยเร็ว</p>
<p>คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวยืนตามศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องให้ปล่อยชั่วคราวใหม่</p>
<p>ที่มา <a href="http://prachatai.com/journal/2012/05/40437">http://prachatai.com/journal/2012/05/40437</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/10/%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e2%80%98%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Note : ความคืบหน้าคดีความเสื้อแดง-คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/02/note-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/02/note-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 May 2012 11:16:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=1998</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะออกมาเป็นรายงานหรือเป็นโน้ตของการทำคดีความ แต่ขออนุญาตเขียนถึงความคืบหน้าของคดีเสื้อแดง และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเท่าที่สำนักงานได้เข้าไปมีส่วนรับผิดชอบ รวมทั้งที่ได้ให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานอื่นๆ เผื่อท่านที่สนใจจะได้ติดตามความคืบหน้าต่อไป ๑.คดีก่อการร้ายของแกนนำ จำเลยทั้ง ๒๐ คน ( คดีนี้ศาลอาญาได้รวมคดีของนายอริสมันต์ เข้าเป็นจำเลยที่ ๒๐ ด้วยจากเดิมที่มีจำเลย ๑๙ คน ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าคดีเป็นเหตุการณ์เดียวกันและเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา)   ศาลได้นัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ และสืบพยานต่อเนื่องกันไปทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ ของทุกสัปดาห์จนกว่าจะแล้วเสร็จ หมายเหตุ : คดีได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ๒.คดีแพ่งฟ้องหน่วยงานของรัฐอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ๒ คดีขึ้นศาลวันนี้ คือ คดีนายฐานุทัศน์ ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ศาลได้อนุญาตให้ภรรยาผู้ตายเข้ารับมรดกความ และทนายความได้แถลงต่อศาลว่าจะฟ้องเพิ่มเติมในส่วนของค่าขาดอุปการะ ค่าปลงศพ เข้ามาใหม่อีกคดีและจะรวมคดีกันเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาในภายหลัง ศาลเลื่อนการพิจารณาไปนัดพร้อมวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. อีกคดีเป็นคดีนางสุมาภร ศรีเทพ ซึ่งบุตรชายถูกยิงเสียชีวิตบริเวณซอยรางน้ำ ( น้องเฌอร์ ) ศาลได้นัดชี้สองสถานในวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ หมายเหตุ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะออกมาเป็นรายงานหรือเป็นโน้ตของการทำคดีความ แต่ขออนุญาตเขียนถึงความคืบหน้าของคดีเสื้อแดง และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเท่าที่สำนักงานได้เข้าไปมีส่วนรับผิดชอบ รวมทั้งที่ได้ให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานอื่นๆ เผื่อท่านที่สนใจจะได้ติดตามความคืบหน้าต่อไป</p>
<p>๑.คดีก่อการร้ายของแกนนำ จำเลยทั้ง ๒๐ คน ( คดีนี้ศาลอาญาได้รวมคดีของนายอริสมันต์ เข้าเป็นจำเลยที่ ๒๐ ด้วยจากเดิมที่มีจำเลย ๑๙ คน ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าคดีเป็นเหตุการณ์เดียวกันและเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา)   ศาลได้นัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ และสืบพยานต่อเนื่องกันไปทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ ของทุกสัปดาห์จนกว่าจะแล้วเสร็จ<br />
หมายเหตุ : คดีได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง</p>
<p>๒.คดีแพ่งฟ้องหน่วยงานของรัฐอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ๒ คดีขึ้นศาลวันนี้ คือ คดีนายฐานุทัศน์ ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ศาลได้อนุญาตให้ภรรยาผู้ตายเข้ารับมรดกความ และทนายความได้แถลงต่อศาลว่าจะฟ้องเพิ่มเติมในส่วนของค่าขาดอุปการะ ค่าปลงศพ เข้ามาใหม่อีกคดีและจะรวมคดีกันเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาในภายหลัง ศาลเลื่อนการพิจารณาไปนัดพร้อมวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น.</p>
<p>อีกคดีเป็นคดีนางสุมาภร ศรีเทพ ซึ่งบุตรชายถูกยิงเสียชีวิตบริเวณซอยรางน้ำ ( น้องเฌอร์ ) ศาลได้นัดชี้สองสถานในวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๕<br />
หมายเหตุ : ทั้งสองคดีได้รับความช่วยเหลือจาก ศปช.</p>
<p>๓.คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ<br />
๓.๑ คดีนายเลอพงษ์ วิไชยคำมาตย์ อยู่ระหว่างการขอรับพระราชทานอภัยโทษ เรื่องอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม<br />
๓.๒ คดีนายสุริยันต์  กกเปือย  อยู่ระหว่างการขอรับพระราชทานอภัยโทษ เรื่องอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม<br />
๓.๓ คดีนายวันชัย แซ่ตัน อยู่ระหว่างการขอรับพระราชทานอภัยโทษ เรื่องอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม<br />
๓.๔ คดีนายอำพล ตั้งนพกุล  ศาลอนุญาตให้ถอนอุทธรณ์แล้ว  คดีอยู่ระหว่างรอหนังสือรับรองคดีเด็ดขาด<br />
๓.๕ คดีนายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล  ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์วันนี้ อยู่ระหว่างรอคำสั่ง<br />
๓.๖ คดีนายสุรภักดิ์ ภูไชยแสง นัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕<br />
๓.๗ คดีนายเอกชัย หงส์กังวาน นัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕<br />
๓.๘ คดีนายคธา ( พรบ.คอมฯ) นัดสืบพยานโจทก์ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕</p>
<p>๔.คดีเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อยู่ระหว่างอุทธรณ์ของจำเลย ๑๓ คน ปัจจุบันจำเลยทั้ง ๑๓ คนถูกควบคุมตัวที่เรือนจำบางเขน<br />
หมายเหตุ : ได้รับความช่วยเหลือจาก ศปช.</p>
<p>๕.คดีนายเพชร แสงมณี (ก่อการร้าย) อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ปัจจุบันจำเลย   ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำบางเขน<br />
หมายเหตุ : ได้รับความช่วยเหลือจาก ศปช.</p>
<p>๖.คดีฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ที่จังหวัดเชียงราย ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/02/note-%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จดหมายจากสภาคนเสื้อแดงในเรือนจำ : ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษทั่วประเทศ</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 May 2012 15:42:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=1989</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้รับจดหมายจาก อ.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และพี่น้องคดีการเมือง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดตั้งเป็น &#8220;สภาคนเสื้อแดงในเรือนจำฯ&#8221; ได้ให้ความเห็นแก่การขอพระราชทานอภัยโทษในฐานะคนที่มีประสบการณ์จริง   น่าสนใจที่เราคนอยู่นอกเรือนจำควรรับฟังพี่น้องเหล่านั้น&#8230;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผมได้รับจดหมายจาก อ.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และพี่น้องคดีการเมือง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดตั้งเป็น &#8220;สภาคนเสื้อแดงในเรือนจำฯ&#8221; ได้ให้ความเห็นแก่การขอพระราชทานอภัยโทษในฐานะคนที่มีประสบการณ์จริง   น่าสนใจที่เราคนอยู่นอกเรือนจำควรรับฟังพี่น้องเหล่านั้น&#8230;</strong></p>
<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/Image0006.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-1990" title="Image0006" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/Image0006-705x1024.jpg" alt="" width="650" /></a><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/2.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-1991" title="2" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/2-693x1024.jpg" alt="" width="650" /></a><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/3.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-1992" title="3" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/3-685x1024.jpg" alt="" width="650" /></a><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/4.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-1993" title="4" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/4-693x1024.jpg" alt="" width="650" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จดหมายจากอากง :  ผมจะพยายามอดทนและมีกำลังใจสู้ต่อไป</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 May 2012 13:48:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>
		<category><![CDATA[คดีอากง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=1967</guid>
		<description><![CDATA[11  เมษายน  2555 สวัสดีครับ  คุณอานนท์  ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่เคยเขียนจดหมายไปหาเลย เหตุเพราะว่าผมเขียนไม่ค่อยเก่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก สายตาก็ไม่ดีเลย  เลยไม่ค่อยอยากเขียน กับหลานๆผมก็ไม่เคยเขียนไปนะ ทั้งๆที่คิดถึงพวกเขามาก อาจเพราะว่าคุณหนุ่มเขาทำหน้าที่นี้แทนผมไปก็ได้ เขียนไปคุยเรื่องของผมให้หลานๆฟังอยู่เรื่อยๆ ผมเลยไม่ได้เขียนไป คุณหนุ่มเขียนเสมือนผมเขียนแหล่ะ ผมเองสบายดีครับโดยเฉพาะช่วงนี้ ที่รู้ข่าวว่าคุณอานนท์จะทำเรื่องขออภัยโทษรายบุคคลให้พร้อมๆกับเพื่อนครอบครัว  112  ทั้ง  11  คน ผมดีใจและมีความหวังมากๆที่จะได้รับอิสรภาพในเร็วๆนี้ พร้อมๆกับเพื่อนๆที่ร่วมอดทนต่อสู้กันมาและผมเชื่อว่าทางออกทางนี้ดีที่สุด เพราะคดีอย่างผมยังไงก็ไม่มีทางที่จะนิรโทษกรรมกับเขาหรอก ทุกวันนี้ผมก็ออกกำลังกายตอนเช้าๆทุกวัน บางวันผมก็ทำคนเดียว แต่บางวันผมก็ทำกับคุณหนุ่ม เรื่องความเป็นอยู่พวกเราก็กินด้วยกันที่แดน 8 พวกเราเกาะกลุ่มกันดีครับ ก็มีหนุ่ม หมี สุริยันต์ ไมตี้ และเพื่อนๆที่ชื่นชอบคนเสื้อแดงอีกหลายคนคอยดูแลกันและกัน คุณอานนท์อย่าได้กังวล ที่ผ่านมาผมยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ เหนื่อยที่จะต่อสู้เพื่อค้นหาความยุติธรรมให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ผมหมดกำลังใจหลายครั้ง คิดถึงแต่ลูกเมียและหลานๆ ก็มีแต่คุณหนุ่มที่จะคอยชาร์ตแบตให้ คุณหนุ่มจะบ่นว่าเสมอ ผมเป็นพวกแบตเสื่อมชาร์ตได้ไม่กี่นาทีก็ต้องกลับมาชาร์ตอยู่เรื่อยๆคิดแล้วก็เห็นใจหนุ่มเขานะ แต่ผมก็ท้อจริงๆในแต่ละวันผมจะเฝ้ารอ อุ้มาเยี่ยม บางวันพาหลานๆมา ทำให้ผมมีกำลังใจยิ้มได้บ้าง นี่แหล่ะคือความสุขของผมสามารถหาได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณอานนท์ไม่ต้องห่วงผมนะครับ ผมจะพยายามอดทนและมีกำลังใจสู้ต่อไป หวังแต่เพียงว่าคุณอานนท์และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์จะช่วยกันผลักดันการขออภัยโทษของพวกเราในกรณีพิเศษเพื่อว่าผมจะได้กลับไปอยู่กับหลานๆลูกเมียเสียที ผมบอกตามตรงเลยนะครับว่าผมคิดถึงหลานๆมากที่สุดเลยครับ ผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไรผมก็น้ำตาไหลทุกทีเลย  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>11  เมษายน  2555</strong></p>
<p><em>สวัสดีครับ  คุณอานนท์  ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่เคยเขียนจดหมายไปหาเลย</em> เหตุเพราะว่าผมเขียนไม่ค่อยเก่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก สายตาก็ไม่ดีเลย  เลยไม่ค่อยอยากเขียน กับหลานๆผมก็ไม่เคยเขียนไปนะ ทั้งๆที่คิดถึงพวกเขามาก อาจเพราะว่าคุณหนุ่มเขาทำหน้าที่นี้แทนผมไปก็ได้ เขียนไปคุยเรื่องของผมให้หลานๆฟังอยู่เรื่อยๆ ผมเลยไม่ได้เขียนไป คุณหนุ่มเขียนเสมือนผมเขียนแหล่ะ</p>
<p>ผมเองสบายดีครับโดยเฉพาะช่วงนี้ ที่รู้ข่าวว่าคุณอานนท์จะทำเรื่องขออภัยโทษรายบุคคลให้พร้อมๆกับเพื่อนครอบครัว  112  ทั้ง  11  คน ผมดีใจและมีความหวังมากๆที่จะได้รับอิสรภาพในเร็วๆนี้ พร้อมๆกับเพื่อนๆที่ร่วมอดทนต่อสู้กันมาและผมเชื่อว่าทางออกทางนี้ดีที่สุด เพราะคดีอย่างผมยังไงก็ไม่มีทางที่จะนิรโทษกรรมกับเขาหรอก ทุกวันนี้ผมก็ออกกำลังกายตอนเช้าๆทุกวัน บางวันผมก็ทำคนเดียว แต่บางวันผมก็ทำกับคุณหนุ่ม เรื่องความเป็นอยู่พวกเราก็กินด้วยกันที่แดน 8 พวกเราเกาะกลุ่มกันดีครับ ก็มีหนุ่ม หมี สุริยันต์ ไมตี้ และเพื่อนๆที่ชื่นชอบคนเสื้อแดงอีกหลายคนคอยดูแลกันและกัน คุณอานนท์อย่าได้กังวล ที่ผ่านมาผมยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ เหนื่อยที่จะต่อสู้เพื่อค้นหาความยุติธรรมให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ผมหมดกำลังใจหลายครั้ง คิดถึงแต่ลูกเมียและหลานๆ ก็มีแต่คุณหนุ่มที่จะคอยชาร์ตแบตให้ คุณหนุ่มจะบ่นว่าเสมอ ผมเป็นพวกแบตเสื่อมชาร์ตได้ไม่กี่นาทีก็ต้องกลับมาชาร์ตอยู่เรื่อยๆคิดแล้วก็เห็นใจหนุ่มเขานะ แต่ผมก็ท้อจริงๆในแต่ละวันผมจะเฝ้ารอ อุ้มาเยี่ยม บางวันพาหลานๆมา ทำให้ผมมีกำลังใจยิ้มได้บ้าง นี่แหล่ะคือความสุขของผมสามารถหาได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา</p>
<p>คุณอานนท์ไม่ต้องห่วงผมนะครับ ผมจะพยายามอดทนและมีกำลังใจสู้ต่อไป หวังแต่เพียงว่าคุณอานนท์และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์จะช่วยกันผลักดันการขออภัยโทษของพวกเราในกรณีพิเศษเพื่อว่าผมจะได้กลับไปอยู่กับหลานๆลูกเมียเสียที ผมบอกตามตรงเลยนะครับว่าผมคิดถึงหลานๆมากที่สุดเลยครับ ผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไรผมก็น้ำตาไหลทุกทีเลย  เลยไม่อยากเขียนไปหา</p>
<p>คุณอานนท์ครับ ฝากกราบขอบคุณคนที่มาเยี่ยมให้กำลังใจผมและนักโทษ  112  ทุกคนด้วยครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผมจะได้รับข่าวดีในเร็ววันนี้</p>
<p>ขอขอบพระคุณมากครับ</p>
<p>( นายอำพล  ตั้งนพกุล )</p>
<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/จดหมาย.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1968" title="จดหมาย" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/จดหมาย.jpg" alt="" width="650" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมจึงไม่มีความจำเป็นต้องนิรโทษกรรมให้ทหาร/ผู้สั่งการฆ่าประชาชน ?</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 May 2012 13:30:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=1963</guid>
		<description><![CDATA[๑.ข้อเท็จจริง : มีกฎหมายที่ยกเว้นความผิดให้แก่เจ้าหน้าที่นั้นอยู่แล้ว แม้จะมิได้เป็นไปตามหลักทั่วไปของกฎหมาย แต่ก็ถือว่าให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายมากกว่าการนิรโทษกรรม กล่าวคือ มาตรา มาตรา ๑๗ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ม.๑๗ บัญญัติว่า &#8220;พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดนี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย หากเป็นการกระทำที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่&#8221; นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าวที่ปฏิบัติหน้าที่ไปโดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น ก็ไม่มีความผิดอยู่แล้ว แม้ว่าการกระทำนั้นจะผิดต่อกฎหมาย(อื่น) แต่ทหารที่ลงมือลั่นไกฆ่าประชาชน สั่งฆ่าประชาชน หรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการสั่งฆ่า (ที่ทำไปโดยไม่โดยสุจริต เลือกปฏิบัติ และเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีจำเป็น แน่ๆ) ย่อมต้องบังคับตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากละเลยเสีย เหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนก็จะไม่มีทางชำระได้ ดังจะเห็นได้จากหลายๆเหตุการณ์ในอดีต ๒. การนิรโทษกรรมโดยแยกประชาชนออกจากการกระทำของทหารนั้นเคยมีการใช้แล้วอย่างน้อย ๑ ครั้งคือเหตุการณ์ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งสถานการณ์และเหตุผลในการชุมนุมใกล้เคียงกัน ดังที่ได้กล่าวไว้ในเหตุผลท้ายพระราชบัญญัติ ดังนี้ หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ศ.๒๕๑๖ “:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การเดินขบวนของนักเรียน นิสิต นัก ศึกษาและประชาชน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๑.ข้อเท็จจริง : มีกฎหมายที่ยกเว้นความผิดให้แก่เจ้าหน้าที่นั้นอยู่แล้ว แม้จะมิได้เป็นไปตามหลักทั่วไปของกฎหมาย แต่ก็ถือว่าให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายมากกว่าการนิรโทษกรรม กล่าวคือ</p>
<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/images-1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1964" title="images (1)" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/images-1.jpg" alt="" width="287" height="175" /></a>มาตรา มาตรา ๑๗ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ม.๑๗ บัญญัติว่า &#8220;พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดนี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย หากเป็นการกระทำที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่&#8221;</p>
<p>นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าวที่ปฏิบัติหน้าที่ไปโดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น ก็ไม่มีความผิดอยู่แล้ว แม้ว่าการกระทำนั้นจะผิดต่อกฎหมาย(อื่น) แต่ทหารที่ลงมือลั่นไกฆ่าประชาชน สั่งฆ่าประชาชน หรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการสั่งฆ่า (ที่ทำไปโดยไม่โดยสุจริต เลือกปฏิบัติ และเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีจำเป็น แน่ๆ) ย่อมต้องบังคับตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากละเลยเสีย เหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนก็จะไม่มีทางชำระได้ ดังจะเห็นได้จากหลายๆเหตุการณ์ในอดีต</p>
<p>๒. การนิรโทษกรรมโดยแยกประชาชนออกจากการกระทำของทหารนั้นเคยมีการใช้แล้วอย่างน้อย ๑ ครั้งคือเหตุการณ์ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งสถานการณ์และเหตุผลในการชุมนุมใกล้เคียงกัน ดังที่ได้กล่าวไว้ในเหตุผลท้ายพระราชบัญญัติ ดังนี้</p>
<p>หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ศ.๒๕๑๖ “:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การเดินขบวนของนักเรียน นิสิต นัก ศึกษาและประชาชน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมพ.ศ. 2516 ได้มีการกระทำที่เป็นความผิดและเป็นอันตรายต่อชีวิตและร่าง กายของบุคคล และความเสียหายแก่ทรัพย์สินเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวน และความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันระหว่าง นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล สำหรับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบาลนั้น เมื่อได้ กระทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้วส่วนการกระทำของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน มิได้รับการคุ้มครองดังกล่าว แต่เมื่อได้คำนึงถึงว่าการกระทำนั้นได้กระทำไปโดยปรารถนา จะให้มีรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุขให้รวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรให้มีนิรโทษกรรมแก่บรรดานักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ซึ่ง เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น”</p>
<p>๓. ด้วยกระบวนการยุติธรรมที่สิทธิของประชาชนถูกลิดรอน เช่น การไม่ได้รับสิทธิการประกันตัว การถูกบังคับโดยกฎหมายที่ละเมิดสิทธิโดยตรง ทำให้ไม่สามารถต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมแบบปกติได้ ( ข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าให้ นักโทษ ม.๑๑๒ เข้ากระบวนการยุติธรรมแบบปกติ ทั้งที่ทราบดีว่ามันไม่ปกติอย่างไร) เมื่อประกอบกับ “การกระทำนั้นได้กระทำไปโดยปรารถนา จะให้มีรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตย” หรือ “เป็นการกระทำการเพื่อตอบโต้การสังหารหมู่ของรัฐโดยการใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม” หรือ “การกล่าวหาพาดพิงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง” อันเป็นการกระทำที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง จึงสมควรที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อเป็นการรับรอง และคุ้มครองสิทธิของประชาชนดังกล่าว</p>
<p>ด้วยความเคารพ</p>
<p>อานนท์ นำภา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมยศเบิกความ ชี้ “จักรภพ เพ็ญแข” ตัวจริงเขียนบทความ อ่านแล้วตีความแค่ “อำมาตย์”</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e2%80%9c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e2%80%9c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 May 2012 13:22:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=1959</guid>
		<description><![CDATA[สมยศเบิกความระบุ “จิตร พลจันทร์” นามแฝงของ “จักรภพ เพ็ญแข” เขียนบทความที่ถูกฟ้อง เขียนมาก่อนเขาเป็นบก. พร้อมแจงอ่านบทความคร่าวๆ เห็นว่าหมายถึง “อำมาตย์” ไม่อาจโยงถึงกษัตริย์ได้ ด้านทนายชี้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ฉบับใหม่ บก.ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ดีเอสไอจับคนเขียนไม่ได้ จึงโยงจับสมยศ 1 พ.ค.55 ที่ศาลอาญา รัชดา มีการสืบพยานจำเลยเป็นวันแรก ในคดีที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นจำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีที่นายสมยศเป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Voice of Taksin ที่มีการตีพิมพ์บทความ 2 เรื่องที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน เบิกความว่า ในปี 2552 เป็นเพียงผู้เขียนคนหนึ่งใน นิตยสาร Voice of Taksin ต่อมาเมื่อถึงฉบับที่ 9 จึงมารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (บก.บห.) ต่อจากนายประแสง มงคลสิริ (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ-ประชาไท) โดยได้ค่าจ้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="node-40311">
<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/533267_423260017688048_423230267691023_1788184_874431284_n.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1960" title="533267_423260017688048_423230267691023_1788184_874431284_n" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/05/533267_423260017688048_423230267691023_1788184_874431284_n-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a>สมยศเบิกความระบุ “จิตร พลจันทร์” นามแฝงของ “จักรภพ เพ็ญแข” เขียนบทความที่ถูกฟ้อง เขียนมาก่อนเขาเป็นบก. พร้อมแจงอ่านบทความคร่าวๆ เห็นว่าหมายถึง “อำมาตย์” ไม่อาจโยงถึงกษัตริย์ได้ ด้านทนายชี้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ฉบับใหม่ บก.ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ดีเอสไอจับคนเขียนไม่ได้ จึงโยงจับสมยศ</p>
<p>1 พ.ค.55 ที่ศาลอาญา รัชดา มีการสืบพยานจำเลยเป็นวันแรก ในคดีที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นจำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีที่นายสมยศเป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Voice of Taksin ที่มีการตีพิมพ์บทความ 2 เรื่องที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112</p>
<p>จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน เบิกความว่า ในปี 2552 เป็นเพียงผู้เขียนคนหนึ่งใน นิตยสาร Voice of Taksin ต่อมาเมื่อถึงฉบับที่ 9 จึงมารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (บก.บห.) ต่อจากนายประแสง มงคลสิริ (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ-ประชาไท) โดยได้ค่าจ้าง 25,000 บาท นิตยสารเล่มนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของเด็ดขาด เนื่องจากร่วมกันหลายหุ้นและช่วยๆ กันทำ ส่วนเหตุที่ใช้ชื่อนี้ก็เป็นเพราะเหตุผลทางการตลาด มีแนวทางในการวิพากษ์วิจารณ์การรัฐประหาร พรรคประชาธิปัตย์ เน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย กระทั่งถูกสั่งปิดซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะมีเนื้อหาวิพากษ์การโยกย้ายนายพลในช่วงเวลานั้นอย่างหนัก</p>
<p>สำหรับบทความที่ตีพิมพ์นั้น แบ่งเป็นบทความประจำที่ลงต่อเนื่อง และบทความใหม่ๆ ที่ต้องทำเพิ่มให้ทันสถานการณ์ ในส่วนบทความประจำจะมีทั้งผู้เขียนที่ใช้ชื่อจริงและนามแฝง โดยผู้มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือของสังคมจะได้รับการลงพิมพ์ทั้งหมดโดยไม่มีการตัดทอนบทความแต่อย่างใด โดยปกติตนมีหน้าที่อ่านเพียงคร่าวๆ เนื่องจากมีบทความต้องพิจารณามาก และต้องเร่งให้ทันการปิดเล่ม</p>
<p>เมื่อถามว่า “จิตร พลจันทร์” เจ้าของบทความที่เป็นเหตุให้ถูกฟ้องคือใคร สมยศ ตอบว่า จักรภพ เพ็ญแข ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ของนิตยสารตั้งแต่ฉบับแรกๆ ก่อนที่เขาจะมาทำหน้าที่เป็น บก.บห. โดยผู้ประสานงานติดต่อให้จักรภพมาเป็นคอลัมนิสต์คือ นายประแสง</p>
<p>เมื่ออัยการถามว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจคัดเลือกบทความในขั้นสุดท้าย สมยศขอดูรายชื่อกรรมการในนิตยสารอีกครั้งพร้อมระบุว่า ไม่อยู่ในรายชื่อนี้ จากนั้นอัยการได้ซักถามเพิ่มเติมจนสุดท้ายสมยศตอบว่า ผู้มีสิทธิตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการลงบทความ ก็คือตัวนักเขียนเอง ตนมีหน้าที่นำไปส่งโรงพิมพ์</p>
<p>ในด้านเนื้อหาของบทความ นายสมยศตอบทนายว่า เมื่ออ่านบทความของจิตรฯ แล้วคิดว่าสื่อถึง “อำมาตย์” ไม่คิดว่าจะสื่อความถึงสถาบันกษัตริย์ อีกทั้งภาพประกอบบทความก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด ไม่น่าจะทำให้ผู้อ่านโน้มเอียงไปในทางนั้นได้ ในส่วนที่พยานอื่นระบุว่าหมายถึงพระเจ้าตากสิน เขาไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากไม่มีการเอ่ยอ้างถึงท่อนจันทร์ แต่กล่าวถึงถุงแดงซึ่งเขาไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร การกล่าวถึงผู้อยู่ชั้นบนของโรงพยาบาลพระรามเก้าก็ไม่เกี่ยวข้องกษัตริย์ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่โรงพยาบาลศิริราชโดยตลอด ส่วนการกล่าวถึงตัวละคร “หลวงนฤบาล” ก็ไม่อาจเทียบเคียงได้ว่าหมายถึงพระมหากษัตริย์ เพราะตำแหน่งหลวงนั้นต่ำกว่า อีกทั้งบทความยังระบุว่าหลวงนฤบาลสอพลอทหารใหญ่ ซึ่งน่าจะหมายถึงนายทหารที่ยศต่ำกว่าจอมพลฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงเชื่อว่าไม่ได้หมายถึงกษัตริย์อย่างแน่นอน</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการเบิกความเกี่ยวกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยสมยศเบิกความว่า เนื่องจากเป็นสื่อมวลชน ก็ได้ศึกษาข้อกฎหมายอยู่บ้าง โดยรู้ว่าตาม พ.ร.บ.สิ่งพิมพ์ 2484  บก.ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาของหนังสือที่จัดพิมพ์ แต่ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 นั้น ไม่ได้ระบุว่าให้บรรณาธิการเป็นผู้รับผิดชอบ</p>
<p>สุวิทย์ ทองนวล ทนายจำเลยได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ภายหลังการสืบพยานว่า กฎหมายใหม่ไม่ได้ระบุว่าบรรณาธิการต้องรับผิดชอบด้วย หากบทความเข้าข่ายความผิดผู้เขียนต้องรับผิดชอบ การที่เจ้าหน้าที่จับตัวผู้เขียนไม่ได้ ก็ไม่ใช่ความผิดของเรา หรือต่อให้ยืนยันว่าบรรณาธิการต้องรับผิดชอบเนื้อหาที่ตีพิมพ์ก็ยังไม่ใช่นายสมยศอยู่ดี เพราะมีบรรณาธิการอีกคนหนึ่งซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในหนังสือ แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี เพราะดีเอสไออ้างว่านายสมยศแสดงตนเสมือนเป็นบรรณาธิการ</p>
<p>สำหรับประวัติการทำงานที่ผ่านมา สมยศเบิกความต่อศาลว่า เคยทำสำนักพิมพ์สยามปริทัศน์และหนังสืออื่นๆ มาก่อนจะมาทำนิตยสาร Voice of Taksin หลังจากโดนศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งปิด ก็มาเป็นบรรณาธิการของนิตยสาร Red Power ต่อในเดือน ก.ค.53</p>
<p>หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 สมยศและสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลประชาธิปัตย์รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ จากนั้นทั้งสองก็ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหาร โดยสุธาชัยถูกควบคุมตัว 7 วัน สมยศถูกควบคุมตัว 21 วัน โดยไม่มีการสั่งฟ้องคดีใดๆ ระหว่างนั้น Voice of Taksin ถูกปิด ทีมงานเดิมจึงเปิด Red Power ขึ้นมาใหม่โดยตีพิมพ์ได้ 5 เล่ม ก็ถูกสั่งปิดโรงพิมพ์ จึงได้ไปจ้างพิมพ์ที่ประเทศกัมพูชาแล้วนำเข้ามาจำหน่ายในไทย พร้อมๆ กับการจัดทัวร์ท่องเที่ยวกัมพูชาด้วย</p>
<p>สมยศ ระบุว่า เขาเชื่อว่าการจับกุมเขามีที่มาจากผังล้มเจ้า ซึ่งระบุถึงหนังสือ Voice of Taksin และผู้เกี่ยวข้องหลายคน รวมถึงสุธาชัยด้วย ซึ่งภายหลังสุธาชัยได้ฟ้องหมิ่นประมาท พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ผู้ประกาศผังล้มเจ้า จนสุดท้าย พ.อ.สรรเสริญ ยอมรับว่าผังไม่มีมูล จึงได้มียอมความกันไป</p>
<p>ในทัศนะของสมยศ เขาคิดว่า สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้ง และยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ ซึ่งย้อนไปในอดีตจะพบว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลทักษิณจนนำมาสู่การรัฐประหาร โดยมีข้ออ้างว่ารัฐบาลทักษิณไม่จงรักภักดี และยังแอบอ้างสถาบันกษัตริย์ในการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จนมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาต่อต้านและถูกจับกุมด้วยข้อหาไม่จงรักภักดีจำนวนมาก ทั้งที่พระองค์เคยมีพระราชดำรัสไว้ว่าพระมหากษัตริย์นั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสื่อมวลชนต้องมีเสรีภาพในการนำเสนอความจริง กระนั้นตนก็ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันเหมือนประชาชนทั่วไป เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 และเห็นว่ามันถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายฝ่ายอื่น อีกทั้งโทษ 3-15 ปีก็สูงเกินกว่าเหตุ และขัดต่อหลักสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงหลักนิติรัฐ ส่วนพฤติกรรมที่ผ่านมา เคยแถลงข่าวถึงปัญหาเรื่องนี้และเสนอการรวบรวมรายชื่อเพื่อยกเลิกมาตรา112 แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการก็ถูกจับกุมคุมขังในสัปดาห์ถัดมา</p>
<p>“ผมมีหน้าที่พูดในข้อเท็จจริง ถ้าพูดแล้วเขาจะลงโทษก็ไม่เป็นไร ถือว่าชีวิตนี้ทำหน้าที่แล้ว จบแล้ว” สมยศให้สัมภาษณ์ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานในช่วงเช้า</p>
<p>ทั้งนี้ สมยศถูกจับกุมที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย.54 ขณะพาคณะทัวร์เตรียมผ่านแดนไปกัมพูชา โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด เนื่องจากเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Voice of Taksin ซึ่งตีพิมพ์บทความของ “จิตร พลจันทร์” ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง 2 บทความ โดยตีพิมพ์ในฉบับที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ชื่อ “แผนนองเลือดกับยิงข้ามรุ่น”  และในฉบับที่ 16 เดือนมีนาคม 2553 ชื่อ เรื่อง 6 ตุลา แห่ง พ.ศ.2553 ซึ่งตามคำฟ้องระบุความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91, 112 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4</p>
<p>หลังจากถูกจับกุมเขาถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับการประกันตัวแม้จะมีการยื่นขอประกันถึง 9 ครั้ง ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน โดยที่ผ่านมามีการสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 4 ครั้งในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 21 พ.ย.54, จังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.54, จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.55, จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 13 ก.พ.55 แต่มีการเลื่อนมาสืบพยานที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพยานอยู่กรุงเทพฯและจะสืบพยานจำเลยในวันที่ 1-3 พ.ค.55 โดยในวันพรุ่งนี้ช่วงเช้านายปิยบุตร แสงกนกกุล จากกลุ่มนิติราษฎร์ จะขึ้นให้การเป็นพยาน</p>
</div>
<p>ที่มา ประชาไท <a href="http://prachatai.com/2011/home">http://prachatai.com/2011/home</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/05/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e2%80%9c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Note คดีอากง : ทีมทนายเขาสู้คดีเรื่องอะไรบ้าง</title>
		<link>http://rli.in.th/2012/02/21/note-%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://rli.in.th/2012/02/21/note-%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 17:01:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anont1702</dc:creator>
				<category><![CDATA[คดีความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rli.in.th/?p=1954</guid>
		<description><![CDATA[๑. โจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้ศาลเห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่า มีคนร้ายส่งข้อความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๑๒ ไปที่หมายเลขโทรศัพท์ของนายสมเกียรติ เลขานุการนายอภิสิทธิ์จริงหรือไม่ เพราะนายสมเกียรติเพียงแต่ถ่ายภาพหน้าจอโทรศัพท์มาแจ้งความ ไม่ได้แสดงข้อความบนโทรศัพท์แก่เจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งหลักฐานดังกล่าวนั้นอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ประกอบกับตัวนายสมเกียรติเองก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรอให้มีการส่งข้อความสั้นถึงสี่ครั้งแล้วจึงมาแจ้งความ ทำไมไม่มาแจ้งความตั้งแต่ได้รับข้อความครั้งแรก ๒. หมายเลขรหัสประจำเครื่องหรือหมายเลข อีมี่ นั้นสามารถซ้ำกันได้ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยง่าย และเป็นหน้าที่โจทก์ในการพิสูจน์ว่ามีหมายเลขอีมี่ ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๐ เพียงหมายเลขเดียวของจำเลยเท่านั้นที่ใช้อยู่ในเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด ซึ่งโจทก์มิได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นแต่อย่างใด ( โจทก์ไม่ได้ส่งรายงานการตรวจจากผู้ให้บริการ “เอไอเอส”) ๓. ศาลชั้นต้นได้ยกข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่คลาดเคลื่อนอันเป็นสาระสำคัญขึ้นประกอบการวินิจฉัยในคำพิพากษา อันทำให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นคลาดเคลื่อน และไม่ตรงตามความเป็นจริงหลายประการ กล่าวคือ ๓.๑ ศาลชั้นต้นได้แปลความหมายของศัพท์ทางเทคนิคผิด จาก “CALLING NUM” ซึ่งหมายถึงหมายเลขต้นทาง และช่อง “CALLED NUM” ซึ่งหมายถึงหมายเลขปลายทาง กล่าวคือ ศาลแปล “รับเข้า” เป็น “ส่งออก” จึงทำให้ศาลวินนิจฉัยว่า อากงส่งข้อความ “ออก” เป็นประจำทั้งๆที่เป็นการ “รับข้อความเข้า” ซึ่งอาจเป็นพวกข่าวสาร หรือข้อความขยะอื่นๆ การแปลข้อความผิดดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นผิดหลงว่า อากงส่งข้อความออกเป็นประจำ ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นการรับข้อความเข้าทั้งหมด ไม่เคยส่งออกแม้แต่ครั้งเดียวในเบอร์ของอากง ๓.๒ โจทก์มิได้นำสืบให้ศาลเห็นอย่างชัดแจ้งว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/02/401465_334574393250630_100000942179021_934862_1079979773_n.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1955" title="401465_334574393250630_100000942179021_934862_1079979773_n" src="http://rli.in.th/law/wp-content/uploads/2012/02/401465_334574393250630_100000942179021_934862_1079979773_n.jpg" alt="" width="720" height="540" /></a></p>
<p>๑. โจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้ศาลเห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่า มีคนร้ายส่งข้อความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๑๒ ไปที่หมายเลขโทรศัพท์ของนายสมเกียรติ เลขานุการนายอภิสิทธิ์จริงหรือไม่ เพราะนายสมเกียรติเพียงแต่ถ่ายภาพหน้าจอโทรศัพท์มาแจ้งความ ไม่ได้แสดงข้อความบนโทรศัพท์แก่เจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งหลักฐานดังกล่าวนั้นอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ประกอบกับตัวนายสมเกียรติเองก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรอให้มีการส่งข้อความสั้นถึงสี่ครั้งแล้วจึงมาแจ้งความ ทำไมไม่มาแจ้งความตั้งแต่ได้รับข้อความครั้งแรก</p>
<p>๒. หมายเลขรหัสประจำเครื่องหรือหมายเลข อีมี่ นั้นสามารถซ้ำกันได้ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยง่าย และเป็นหน้าที่โจทก์ในการพิสูจน์ว่ามีหมายเลขอีมี่ ๓๕๘๙๐๖๐๐๐๒๓๐๑๑๐ เพียงหมายเลขเดียวของจำเลยเท่านั้นที่ใช้อยู่ในเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด ซึ่งโจทก์มิได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นแต่อย่างใด ( โจทก์ไม่ได้ส่งรายงานการตรวจจากผู้ให้บริการ “เอไอเอส”)</p>
<p>๓. ศาลชั้นต้นได้ยกข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่คลาดเคลื่อนอันเป็นสาระสำคัญขึ้นประกอบการวินิจฉัยในคำพิพากษา อันทำให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้นคลาดเคลื่อน และไม่ตรงตามความเป็นจริงหลายประการ กล่าวคือ</p>
<p>๓.๑ ศาลชั้นต้นได้แปลความหมายของศัพท์ทางเทคนิคผิด จาก “CALLING NUM” ซึ่งหมายถึงหมายเลขต้นทาง และช่อง “CALLED NUM” ซึ่งหมายถึงหมายเลขปลายทาง กล่าวคือ ศาลแปล “รับเข้า” เป็น “ส่งออก” จึงทำให้ศาลวินนิจฉัยว่า อากงส่งข้อความ “ออก” เป็นประจำทั้งๆที่เป็นการ “รับข้อความเข้า” ซึ่งอาจเป็นพวกข่าวสาร หรือข้อความขยะอื่นๆ การแปลข้อความผิดดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นผิดหลงว่า อากงส่งข้อความออกเป็นประจำ ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นการรับข้อความเข้าทั้งหมด ไม่เคยส่งออกแม้แต่ครั้งเดียวในเบอร์ของอากง</p>
<p>๓.๒ โจทก์มิได้นำสืบให้ศาลเห็นอย่างชัดแจ้งว่า พื้นที่การให้บริการของบริษัท ทรู มูฟ จำกัด( เบอร์อากง) กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (เบอร์คนร้าย) เป็นพื้นที่ที่ใช้บริการบริเวณเดียวกัน มีเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆของพยานโจทก์</p>
<p>๓.๓ ประเด็นอื่นๆ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคลาดเคลื่อนไปจากหลักวิชาการ เช่น เรื่อง check digit , การนำสืบโปรแกรมนัมเบอร์ริ่งแพลน , ช่วงเวลาที่ไม่สัมพันธ์กันของเวลาการโทรศัพท์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใช้หนึ่งเครื่องโดยโดยใช้ซิมการ์ดสลับกันได้ ฯลฯ</p>
<p>๔. กระบวนการสืบสวนและสอบสวนของเจ้าพนักงาน “ขัดแย้ง” ในสาระสำคัญของเวลา ทั้งยั้งขัดกับคำเบิกความของพยานโจทก์ รวมทั้งยังขัดแย้งกับพยานเอกสารอย่างชัดแจ้ง ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ</p>
<p>๕. พยานหลักฐานโจทก์ มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ศาลจึงไม่อาจนำพยานหลักฐานที่ไม่มีน้ำหนักมารับฟังเพื่อลงโทษจำเลยได้ เช่น ระยะเวลาในการตรวจสอบเป็นช่วงวันที่ ๑๐ –๑๕ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ ไม่ตรงกับระยะเวลาที่เกิดเหตุในช่วงเดือนพฤษภาคม และรายงานการตรวจสอบทั้งสองครั้งมีผลตรวจไม่ตรงกัน โดยครั้งที่สองมีบางรายการหายไปจากครั้งแรก ซึ่งคนที่ตรวจสอบไม่ได้เซ็นรับรองความถูกต้องของเอกสารไว้ และไม่ได้ให้การเรื่องอีมี่ไว้เลยในชั้นสอบสวน ( ตำรวจไม่ได้สอบสวนเรื่องอีมี่จากผู้ตรวจในชั้นสอบสวน) รวมทั้ง “เครื่องของกลางเมื่อส่งไปตรวจพิสูจน์กับกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว ก็ไม่สามารถตรวจอีมีเครื่องได้ แต่หน่วยความจำเครื่องตรวจได้ ซึ่งน่าจะพิสูจน์ความผิดถูกแห่งคดีได้แต่โจทก์เองก็ไม่ได้ส่งรายงานการตรวจสอบหน่วยความจำเครื่องเข้าในสำนวนแต่อย่าใดฯลฯ</p>
<p>๖. โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานเอกสารใดสามารถยืนยันว่าจำเลยเป็นคน “ส่งข้อความ”หรือมีส่วนร่วมในการส่งข้อความตามฟ้อง ทั้งยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาภายในของจำเลยอันเป็นเหตุจูงใจในการกระทำความผิดในคดีนี้ ทั้งในคดีอาญา ภาระหน้าที่ในการนำสืบพยานเป็นของโจทก์เมื่อโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นโดยสิ้นสงสัยได้ว่า จำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามฟ้องจริง ศาลจึงไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้</p>
<p>๗. จำเลยขอให้ศาลสืบพยานผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับหมายเลขเครื่อง (อีมี่) ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนได้สูง โดยเฉพาะระบบการจัดเก็บของผู้ให้บริการในไทย</p>
<p>๘. จำเลยไม่สามารถส่งข้อความสั้น และไม่เคยส่งข้อความสั้น ทั้งมีความจงรักภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และได้ให้การปฏิเสธการว่าไม่ได้กระทำความผิดมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และในชั้นศาล</p>
<p>นี่เป็นแค่เนื้อหาแห่งอุทธรณ์ฉบับย่อ ฉบับเต็มน่าจะได้เผยแพร่ในโอกาสต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rli.in.th/2012/02/21/note-%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Dynamic page generated in 1.324 seconds. -->
<!-- Cached page generated by WP-Super-Cache on 2012-05-19 16:14:02 -->

